เที่ยวก็ผอมได้!!! 10 สถานที่เที่ยวแล้วผอม งานเดินก็มา

 

ใครอยากเที่ยวแล้วหุ่นดี เที่ยวแล้วผอม มาทางนี้!!!

 

การไปเที่ยวนั้น นอกจากจะได้ไปพักผ่อนหย่อนใจ ได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ไปหาความสุขกับสถานที่สวยๆ บรรยากาศดีๆ แล้ว เรายังสามารถเที่ยวไปผอมไปได้อีกด้วย

 

ผมจึงมายกตัวอย่างให้ดู 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังได้เบิร์นแคลอรี่ในร่างกายไปในตัวอีกด้วย (ส่วนใครจะเบิร์นมากเบิร์นน้อยกว่านี้ ก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ อย่างเช่นระยะทาง ความเร็วในการเดิน ความชันเป็นต้น)

 

 

1. เริ่มต้นด้วย ภูกระดึง สถานที่แห่งการเบิร์นร่างอย่างแท้จริง แค่เพียงระยะทางเดินขึ้น 9 กม. เดินลงอีก 9 กม. ก็เป็นระยะทางที่ยาวแล้ว ยังไม่รวมถึงการเดินหรือการปั่นจักรยานท่องเที่ยวด้านบนอีก การเผาผลาญไม่ต้องพูดถึง (ส่วนการกินเข้าไปทดแทนเท่าไหร่นั้นว่ากันอีกที 555) ใครที่คิดจะไปเที่ยวก็ต้องเตรียมพร้อมร่างกายให้ดี ไม่งั้นนอกจากจะได้ “ร่างเพรียว” แล้ว ยังได้ “ร่างพัง” มาเป็นของแถมด้วยนะจ๊ะ

 

 

2. ภูสอยดาว เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับสายนอนเต้นท์ สายเดินชมธรรมชาติ โดยช่วงการเดินแรกๆ จะเป็นทางราบ มีทางชันบ้างสลับกันไป ส่วนช่วงท้ายจะเป็นทางชันยาวๆ และมีทางราบก่อนถึงจุดกางเต้นท์ ที่ด้านบนสามารถเดินเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ได้ ส่วนใครที่ติดโซเชียล โลกออนไลน์อาจจะลำบากหน่อย เพราะตรงจุดกางเต้นท์นั้นไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้ใช้

 

 

3. ดอยม่อนจอง ใครที่ชื่นชอบการเดินป่ารับน้ำค้าง อากาศหนาวๆ ต้องไปที่นี่เลย นอกจากจะมีวิวทิวทัศน์ที่เป็นจุดเด่นอย่างสนามกอล์ฟช้างหรือลานกอล์ฟช้างแล้ว ยังเหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นอยากสัมผัสการท่องเที่ยวแบบเดินป่าอีกด้วย เพราะที่นี่การเดินป่าขึ้นเขานั้นเดินได้ง่าย แต่ร่างกายก็ต้องพร้อมในระดับหนึ่งเช่นกัน

 

 

4. ชายหาดที่มีพื้นที่หาดกว้าง และยาวขนาดนี้ ขอยกให้หาดสมิหลา จ.สงขลา ความยาวตลอดชายหาดไป-กลับประมาณ 6 กิโลเมตร สามารถเดินเล่นชมวิวยามเย็นได้อย่างสวยงาม ที่นี่นับเป็นจุดชมวิวยามพระอาทิตย์ลับของฟ้าที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดสงขลา อีกทั้งจังหวัดสงขลาเองก็ส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการสร้าง landmark สำหรับถ่ายรูปไว้มากมายเช่นกัน เช่น ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ ซึ่งมีอยู่ 3 ตำแหน่งคือ หัว ตัว และหาง ตลอดแนวชายหาด ทำให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับการเดินหาพญานาค และชื่นชมความงามของชายหาดได้พร้อมๆกัน, รูปปั้นหนูแมว ที่อยู่ที่ชายหาด สร้างมาล้อเลียนกับเกาะหนูเกาะแมวที่มองเห็นได้จากหาดสมิหลา และแหลมสมิหลาเองก็เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยงามเช่นกัน แนะนำให้มาเดินเล่นตั้งแต่เวลา 4 โมงเย็น จนถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน

 

 

5. ขึ้นเขาไปชมวิวสวยๆ ของชายหาดและทะเลกับจุดชมวิวเขาแดง ถึงระยะทางในการขึ้นเขาจะไม่ยาวมาก แต่ความเหนื่อยนั้นบอกเลยว่าไม่ใช่น้อย เพราะการเดินขึ้นเขาคือขึ้น ขึ้น แล้วก็ขึ้นนั่นเอง พอขึ้นไปถึงข้างบนสามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศา แต่จะหาจุดนั่งพักหลบแดดนั้นไม่ค่อยมี เพราะฉะนั้นแนะนำให้ขึ้นช่วงเช้าๆ จะสบายที่สุด

 

 

6. เขาล้อมหมวก อีกหนึ่งสถานที่ขึ้นเขาไปชมวิวทะเลที่สวยงามไม่ไกลจากเมืองกรุงมากนัก แต่เทียบกับความยากในการขึ้นเขาแล้วหล่ะก็ขอบอกว่าขึ้นยากกว่าจุดชมวิวเขาแดง เนื่องจากการขึ้นเขาล้อมหมวกนั้นถึงแม้ช่วงแรกจะเป็นบันได แต่จะมีจุดที่ต้องใช้แรงแขนในการดึงเชือกปีนขึ้นไป เพราะฉะนั้นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือถุงมือนั่นเอง แต่เมื่อขึ้นไปถึงจุดชมวิวด้านบนสุดแล้ว บอกเลยว่าหายเหนื่อย เพราะมันสวยมากๆๆๆๆๆ และเช่นเดียวกับจุดชมวิวเขาแดง เวลาที่เหมาะสมในการขึ้นไปชมวิวคือช่วงเช้านั่นเอง อ้อ!!! เกือบลืม เขาล้อมหมวกเปิดให้ขึ้นไปชมวิวได้เฉพาะวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้นนะจ๊ะ และเวลาที่อนุญาตให้เริ่มเดินขึ้นไปคือก่อน 10.30 น. ถ้ามาหลังจากเวลานี้คืออดขึ้นทันที

 

 

7. ทุ่งโปรงทอง หันมาเดินชมวิวชิวๆ กันบ้างกับการเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนกับระยะทางการเดินไป-กลับรวม 4 กม. ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินก็คือช่วงเช้าหรือเย็น หากนอกจากนี้อาจจะเจอกับสภาพอากาศที่ร้อน ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์กันแดดกันไป ไม่ว่าจะเป็นหมวก ร่ม ครีมกันแดดหรือพัดลมใส่ถ่านก็เป็นทางเลือกที่ดี

 

 

8. กลับไปเดินรับอากาศสดชื่นเย็นสบายกับเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ถึงแม้ระยะทางจะเพียง 3 กม.เท่านั้น แต่ก็ใช้เวลาในการเดิน 2-4 ชม. แล้วแต่ความเร็วในการเดินและการพัก เนื่องจากวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเกินห้ามใจจึงทำให้ต้องแวะถ่ายรูปกันตลอดๆ ช่วงเวลาที่เข้าไปเดินนั้นไม่แนะนำให้เข้าไปหลังบ่าย 3 โมง เพราะกว่าจะเดินเสร็จอาจจะมืดค่ำเสียก่อน

 

 

9. แวะมาเดินทะเลกันบ้างที่เขาแหลมหญ้า จ.ระยอง ระยะความยาวของเส้นทางไม่ยาวมาก แต่ก็เรียกเหงื่อได้บ้าง ความสวยงามระหว่างทางไม่ต้องพูดถึง เรียกได้ว่าสามารถหยุดถ่ายรูปได้ในทุกๆ 5 ก้าวของการเดินเลยทีเดียว จุดเด่นของที่นี่ที่ผู้คนจะมารวมตัวกันคือการมานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินนั่นเอง จะได้บรรยากาศที่สวยงามและโรแมนติกสุดๆ

 

 

10. มาถึงอันดับ 10 เรียกว่าออกกำลังกายกันเบาๆด้วยการเดินทอดน่องไปตามแนวชายหาด หรือเรียกกันว่าทะเลแหวก ซึ่งเกาะนางยวนนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากเป็นอันดับต้นๆของภาคใต้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเที่ยวเกาะบริเวณใกล้เคียงด้วยตั้งแต่ เกาะเต่า เกาะนางยวน เกาะพงัน และเกาะสมุย ระยะทางโดยรวมของชายหาดเกาะนางยวนนั้นบอกได้เลยว่าไม่ยาวมากนัก และจุดชมวิวในภาพก็ใช้เวลาเพียงแค่ 15-20 นาทีจากตีนเขาเท่านั้น แนะนำให้มาช่วงเวลาเช้าที่สุดที่เป็นไปได้ เนื่องจากเวลาสายๆไปแล้วคนจะเยอะเต็มหาดไปหมด และ… อาการร้อนอย่างสุดๆ อย่างที่ผมไปมาคือช่วงสงกรานต์เดือนเมษายนพอดี เตรียมหมวกและครีมกันแดดมาให้ดี อีกเรื่องที่อยากฝากไว้ เกาะนางยวนห้ามนำน้ำดื่มเข้าไปในเกาะ เนื่องจากต้องการจำกัดจำนวนขยะที่จะเกิดขึ้นให้มากที่สุด ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องน้ำไป เพราะเกาะนางยวนเองก็มีน้ำดื่มบริการขายอยู่เหมือนกัน อยากให้มา รับรองว่า หรอยแรง!!

 

นอกจาก 10 สถานที่ตัวอย่างที่ผมเอามาให้ได้ชมกันแล้ว ยังมีสถานที่เที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย ที่เที่ยวแล้วใช้พลังงานเยอะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมรักษาสุขภาพกาย สุขภาพกระเป๋าเงิน แล้วออกไปเที่ยวเพื่อสุขภาพใจกันนะครับ ^^